จบเภสัชทำอะไรได้บ้าง ? 26 งานประจำที่เภสัชกรทำในบทบาทต่าง ๆ

     


คุณก็เป็นอีกหนึ่งคนใช่ไหมที่คิดว่า “จบเภสัชฯ มา ก็เปิดร้านยา ไม่ก็ไปอยู่โรงพยาบาลได้เท่านั้น” แต่มันก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอก เพราะสองบทบาทนี้เป็นบทบาทที่คนไข้จะได้เจอหน้าและพูดคุยกับเภสัชกรมากที่สุด จึงอยากจะมาเล่าให้ฟังว่า จริงๆ แล้วเภสัชกรมีบทบาท หน้าที่หรือสายงานในห่วงโซ่ของการใช้ยาอีกมากมายเลย แต่พวกเขาแค่แอบซ่อนตัวอยู่ ไม่ได้ออกมาแสดงตัวเท่านั้นเอง ^^ 

หมายเหตุ: ชื่อตำแหน่งงานและขอบเขตงานอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละบริษัท

เคยคิดไหมว่า…. ต้นกำเนิดของยา 1 ตัว มันมาจากไหน? การทดลองสลับสับเปลี่ยนโครงสร้างยาเป็นพันๆ ครั้ง เพื่อให้ได้โครงสร้างยาที่มีผลการรักษาดีที่สุด มักจำเป็นต้องมีเภสัชกรอยู่ในทีมทดลอง ดังนั้นสายงานแรกที่จะพูดถึงก็คือ 

สายงาน Reliable Evidence 

พัฒนางานวิจัยและหลักฐานทางวิชาการที่เกี่ยวกับยา

1.Research Development (R&D)

เภสัชกรผู้คิดค้นยาใหม่ วิจัยโครงสร้างยา และพัฒนาโครงสร้างยานั้นให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ยาออกมา โดยต้องมีคุณลักษณะ ความคงตัว และผลการรักษาที่ดีที่สุด

  • สถานที่ทำงาน : ห้องปฏิบัติการ, โรงงานยา

2.Clinical Research Associate (CRA) 

เมื่อทีม R&D ได้ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยา ที่ผ่านการทดลองทั้งในห้องปฏิบัติการ การวิจัยในสัตว์ทดลองรวมระยะเวลานับ 10 ปี จนพร้อมที่จะเข้าสู่การวิจัยทางคลินิก CRA จะเป็นผู้ติดต่อประสานงานเป็นตัวกลางระหว่างทีมวิจัยและผู้สนับสนุนงานวิจัย โดย CRA เป็นผู้ติดตามการดำเนินการวิจัยให้เป็นไปตามหลักสากล เพื่อเป็นการยืนยันความปลอดภัยของอาสาสมัครที่ได้รับยาวิจัย ที่สุดท้ายปลายทางจะได้ผลการวิจัยที่ถูกต้อง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ

  • สถานที่ทำงาน : บริษัทรับทำวิจัย, บริษัทยา, องค์กรของรัฐฯ

————

เมื่อยาใหม่ได้ผ่านการวิจัยทางคลินิกแล้ว มีการตีพิมพ์ผลการวิจัยว่าสามารถรักษาโรคได้จริงและมีความปลอดภัยเพียงพอต่อผู้บริโภค ก็จะเป็นขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียนในประเทศที่จะจัดจำหน่ายก่อน ซึ่งเภสัชกรที่ทำงานตรงนี้จะเรียกว่า

Regulation & Regulatory Compliance 

การกำกับ บังคับใช้กฎระเบียบที่มีประสิทธิภาพ และการขึ้นทะเบียนยาที่ปลอดภัยไว้วางใจได้

3.Regulatory Affairs (RA)

RA เป็นผู้จัดเตรียมเอกสารต่างๆที่ต้องใช้ในการขึ้นทะเบียนตำรับยาตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

  • สถานที่ทำงาน : โรงงานยา, บริษัทยา

4.Food and Drug Administration (FDA) 

เภสัชกรมีบทบาทมากในอย. หน้าที่คือการกำกับดูแลทั้งก่อนและหลังออกสู่ตลาดตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับยาที่ดีที่สุด ซึ่งการรับขึ้นทะเบียนยาก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ของอย. 

5.เภสัชกรคุ้มครองผู้บริโภค 

ดูแลการตรวจสอบร้านยาให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด ให้บริการอย่างมีมาตรฐาน มั่นใจได้ในความปลอดภัยในการให้บริการ

  • สถานที่ทำงาน : กระทรวงสาธารณสุข (กรุงเทพฯ), สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)

———–

หากยานั้นมีประสิทธิภาพและข้อมูลที่ดีมาก แต่การผลิตกลับไม่ได้มาตรฐาน ก็คงจะไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ยา ดังนั้นขั้นตอนต่อไปคือการผลิตยาให้ได้ตามมาตรฐานที่เคยขึ้นทะเบียนไว้ มั่นใจได้ทุกรุ่นการผลิต มีมาตรฐานตลอดกระบวนการ โดยมีเภสัชกรผู้กำกับดูแลจะเป็นสายงาน 

Ensure Quality 

ควบคุมและกำกับการผลิตยาให้ได้มาตรฐาน

6. Production (PD) 

เภสัชกรผู้ควบคุมและกำกับการผลิตยา ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด ยาน้ำ ยาฉีด ต่างๆ ให้กระบวนการในการผลิตเป็นไปตามมาตรฐาน 

สถานที่ทำงาน : โรงงานยา

7. Quality Control (QC) 

เภสัชกรผู้วิเคราะห์และควบคุมคุณภาพตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงผลิตภัณฑ์ยา ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่มีสารอื่นปนเปื้อน มีสารสำคัญอยู่ในช่วงเกณฑ์ที่ยอมรับได้ตามกำหนดว่ามีประสิทธิภาพ

สถานที่ทำงาน : โรงงานยา

8. Quality Assurance (QA) 

เภสัชกรผู้ประกันคุณภาพยาก่อนปล่อยยาออกสู่ตลาดเพื่อจำหน่าย เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย โดยการวางระบบ ประเมินระบบ วิเคราะห์ และรับรองว่ายาที่ผลิตออกมาแต่ละรุ่นหรือในแต่ละช่วงเวลานั้นผ่านขั้นตอนที่ถูกควบคุมครบถ้วน วิเคราะห์แล้วมั่นใจได้ เพื่อยืนยันก่อนจะส่งผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด

สถานที่ทำงาน : โรงงานยา, บริษัทยา

———-

เมื่อยาถูกผลิตเสร็จแล้วก็จะเข้าสู่ตลาดเพื่อส่งต่อไปตามระบบให้ถึงยังผู้ป่วย แน่นอนว่าเมื่อเป็นธุรกิจก็จะต้องพูดถึงเรื่องกำไรขาดทุน ธุรกิจยาก็เช่นเดียวกัน การจำหน่ายยาให้กับโรงพยาบาลหรือแม้แต่ร้านยาบางแห่งก็จำเป็นที่จะต้องมีเภสัชกรผู้ที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ ประสิทธิภาพของยา และขอบเขตของโรคที่ยานั้น ๆ สามารถใช้รักษาได้ โดยเป็นการทำธุรกิจ การขายโดยอยู่บนพื้นฐานของงานวิจัยทางวิชาการและจริยธรรม นั่นคือสายงาน 

Ethical Marketing 

การตลาดที่เกี่ยวกับยาที่มีความรู้คู่คุณธรรม

Pharmaceutical company pharmacist 

เภสัชกรที่ทำงานอยู่ในบริษัทยา ประกอบไปด้วยหลากหลายแผนกและตำแหน่งงาน อาทิ

9. แผนกขาย (Sale) หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า ผู้แทนยา (Medical representative)

มีหน้าที่ออกไปพบลูกค้า ให้ข้อมูลยาที่ตัวเองดูแลกับแพทย์ผู้ใช้ยา สายงานในแผนก: Medical representative, Sales manager, Product specialist

10. แผนกการตลาด (Marketing)

มีหน้าที่ดูแลกลยุทธ์การสื่อสารบนพื้นฐานของข้อมูล เพื่อให้ลูกค้าเห็นถึงคุณค่าและสนับสนุนให้เกิดยอดการใช้ยา สายงานในแผนก: Product executive, Product manager, Marketing lead, Business unit manager

11. แผนกวิชาการทางการแพทย์ (Medical)

เป็นผู้สนับสนุนด้านข้อมูลให้กับทีมขายและทีมการตลาด รวมถึงการอภิปรายและสื่อสารข้อมูลงานวิจัยเชิงลึกกับแพทย์ และติดตามข้อมูลด้านความปลอดภัยจากการใช้ยา 

สายงานในแผนก: 11.Medical science liaison (MSL)12. Medical advisor,  13. Medical information (MI)14. Pharmacovigillance officer (PV) ติดตามข้อมูลความปลอดภัยจากการใช้ยาหลังยาออกสู่ตลาด รวมไปถึงเฝ้าระวังอาการใหม่ ๆ ที่อาจเกิดจากการใช้ยา และเก็บข้อมูลที่จะนำมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้การใช้งานมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แก้ปัญหาหรือความผิดพลาดจากการใช้งาน เช่น วิธีการเก็บ ความคงตัว ปัญหาจากการสื่อสารผ่านฉลากหรือรูปแบบผลิตภัณฑ์ ติดตามการใช้ในคนไข้เฉพาะกลุ่ม เช่น คนไข้ที่ท้อง เด็ก คนมีโรคร่วมอื่นๆ ขนาดยาที่ใช้และปัญหาจากการใช้งานเกินขนาด

15. แผนก Market access

ดูแลข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินความคุ้มค่า ติดต่อประสานงานกับบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้กำหนดนโยบายเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาที่จำเป็น เช่น การประสานเพื่อลดราคายาโดยพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อให้ยานี้ราคาลดลงแต่สามารถเข้าถึงคนไข้ได้จำนวนมากขึ้นสามารถเบิกจ่ายได้ด้วยสิทธิประกันสุขภาพต่าง ๆ เช่น กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ประกันสังคม สิทธิข้าราชการ หรือการทำโครงการเพื่อช่วยเหลือคนไข้ที่มีความจำเป็นในการใช้ยา เช่น คนไข้มะเร็ง คนไข้ HIV ให้สามารถเข้าถึงการใช้ยาได้โดยไม่ล้มละลายทางการเงิน สายงานในแผนก ได้แก่ Market accessKey account managerPatient Access Program Coordinator

—————-

ตลอดสายของการผลิตจากการวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์ มีราคาที่ต้องจ่าย บริษัทยาเองต้องคำนวณต้นทุน ตัดสินใจเลือกลงทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วางกลยุทธ์ในการจำหน่ายออกมาเป็นสินค้า เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ ในการจะเลือกซื้อยาจำนวนมาก ๆ ก็จำเป็นจะต้องคำนวณเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล หน่วยงานของรัฐ กองทุนประกันสุขภาพของประเทศ ต่างก็ต้องการที่จะเลือกยาที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด คือ ประสิทธิภาพดี ราคาเหมาะสม และอยู่ในงบประมาณที่จ่ายได้

Economic Evaluation 

สายการประเมินเพื่อจัดการทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

16. Phamacoeconomics and health economics Pharmacist

เภสัชกรสายนี้ใช้ความรู้ด้านยา เช่น การออกฤทธิ์ของยา และผลลัพธ์ทางคลินิก ร่วมกับทักษะและความรู้เรื่องการคำนวณทางเศรษฐศาสตร์ นำมาเปรียบเทียบยาต่าง ๆ เพื่อการตัดสินใจเลือกยาเข้าโรงพยาบาล หรือเข้าไปสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้โรงพยาบาลรัฐสามารถเลือกใช้และเบิกจ่ายจากสิทธิประกันสุขภาพได้ เช่น สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า สิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ โดยคำนึงถึง ประโยชน์ในการรักษาทางการแพทย์ คุณภาพชีวิตของคนไข้ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นสำคัญ

  • สถานที่ทำงาน : มหาวิทยาลัย, HITAP, กระทรวง, องค์กรให้คำปรึกษา/วิจัย

—————

เมื่อยาได้รับเลือกและอยู่ในรายการยาที่แพทย์สามารถเลือกใช้ได้แล้ว ก็เข้ามาที่ภาพที่ทุกคนคุ้นเคย 

Delivery care & Safety

ดูแลผลิตภัณฑ์ยา การสั่งใช้ยา และการส่งมอบยาที่ถูกข้อบ่งใช้ ถูกคน ถูกขนาด ถูกวิธี 

เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย

17. Clinical Pharmacist 

ดูแลการใช้ยาของผู้ป่วยใน (Inpatient) ร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสมของการสั่งใช้ยา และติดตามระดับยาในเลือด หรือ Therapeutic Drug monitoring (TDM) สำหรับยาบางตัวที่ค่อนข้างอันตราย ป้องกันระดับยาสูงเกินไปจนเกิดพิษหรือต่ำเกินจนไม่ได้ผลการรักษา

สถานที่ทำงาน : โรงพยาบาล

18. Out-Patient Department (OPD) และ Ambulatory Pharmacist

เภสัชกรผู้อยู่กับงานบริการจ่ายยา ตรวจสอบความถูกต้องของชนิด ขนาด จำนวนยา และอธิบายผู้ป่วยให้สามารถใช้ยาได้ถูกต้อง (หรือที่คนไข้เจอบ่อย ๆ ณ เคาท์เตอร์จ่ายยานั่นเอง) อาจแยกย่อยเป็นเภสัชที่เชี่ยวชาญเฉพาะเจาะจงในกลุ่มโรคเรื้อรังหรือโรคที่ต้องมีความระมัดระวังและทักษะที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เช่น เภสัชคนไข้โรคไต คนไข้โรคหัวใจ คนไข้ที่ยาต้านการแข็งตัวของเลือด คนไข้เบาหวาน คนไข้สูงอายุ

สถานที่ทำงาน : โรงพยาบาล

19. Total Parenteral Nutrition (TPN) & Chemotherapy & Radiopharmaceutical

ยังมีผู้ป่วยอีกหลายรายที่ไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้เอง หรือจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ซึ่งเป็นยาที่ต้องระมัดระวังในการเตรียมอย่างมาก ดังนั้นเภสัชกรจึงเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้ ทำหน้าที่รับคำสั่งจากแพทย์ และเตรียมสารอาหารหรือยาเคมีบำบัดให้มีความถูกต้องและปลอดภัย

สถานที่ทำงาน : โรงพยาบาล

20. จัดซื้อ/ดูแลคลังในโรงพยาบาล

คัดเลือกยาเข้าโรงพยาบาล ต่อรองราคา ตรวจสอบคุณภาพ เก็บรักษา บริหารคลังยาให้มียาเพียงพอต่อการใช้ในโรงพยาบาลและส่งมอบให้ผู้ป่วยใช้รักษาตัวที่บ้าน ไม่สะดุดหรือต้องหยุดการรักษาเนื่องจากยาขาดสต็อก

สถานที่ทำงาน : โรงพยาบาล

กลับมาสายงานใกล้ตัวอย่างร้านยากันบ้าง เภสัชกรร้านยาเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญ ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

21. ร้านยา 

เภสัชกรผู้ดูแล ส่งมอบยาพร้อมให้คำแนะนำในการรักษาสุขภาพเบื้องต้นแก่คนในชุมชน 

สถานที่ทำงาน : ร้านยา

22. Primary care หรือ Family Pharmacist 

เดินทางไปเยี่ยมบ้านของชาวบ้านพร้อมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อดูแลเรื่องการใช้ยา สุขภาพของผู้ป่วยและครอบครัวแบบองค์รวม

สถานที่ทำงาน : ชุมชนหมู่บ้าน

———–

สุดท้ายแล้ว ขอนำเสนอสายงานสร้างคน เป็นผู้ให้ความรู้และสร้างเภสัชกรใหม่ ๆ ให้ไม่ขาดแคลน

Deliver Knowledge & Training New Gen

สร้างบุคลากรและองค์ความรู้ใหม่สู่สังคม

23. อาจารย์ (Professor) / นักวิชาการ

ผลิตเภสัชกรที่มีคุณภาพออกสู่สังคม ให้ความรู้แก่ประชาชนหรือผู้ที่สนใจความรู้ด้านยา ทั้งในมหาวิทยาลัยและต่อสาธารณะ

สถานที่ทำงาน : มหาวิทยาลัย / กระทรวง

———-

Innovation and Professional Association

สร้างนวัตกรรม ทิศทางใหม่ๆ ให้กับวิชาชีพ และการรวมตัวกันในฐานสมาคม ชมรม

24. ให้ความรู้ทางสื่อออนไลน์

ในปัจจุบันมีเภสัชกรเปิดเพจให้ความรู้ออนไลน์ เช่นให้ความรู้ทางด้านยา ซึ่งสามารถสร้างรายได้ได้ด้วย เป็นการทำงานแบบใหม่จากการผันแปรเปลี่ยนไปของเทคโนโลยี

25. เภสัชกรสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยี

เภสัชที่เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้ และประยุกต์ศาสตร์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เข้ามาเสริมให้วิชาชีพเข้มแข็ง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ออกระบบจัดการคลังยา ระบบข้อมูลสารสนเทศทางด้านยา ระบบการพิสูจน์เอกลักษณ์ยา Telemedicine ฯลฯ

26. เภสัชในองค์กรภาคสังคม และสมาคม

เป็นเภสัชกรที่คอยกำกับดูแลวิชาชีพอย่าง สภาเภสัชกรรม หรือคอยเฝ้าระวัง จับตามอง และขับเคลื่อนนโยบายหรือการเปลี่ยนแปลงให้กับวิชาชีพและสังคมในประเด็นเฉพาะ เช่น เครือข่ายเภสัชกรในสาขาอาชีพต่างๆ อย่างสมาคมเภสัชกรรมชุมชน สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล สมาคมเภสัชกรรมทะเบียนและกฎหมายผลิตภัณฑ์ สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อควบคุมยาสูบ (คภยส.) ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.)

หลังจากอ่านจบทุกคนคงรู้แล้วสินะว่า “จบเภสัชฯ มา ก็ทำอย่างอื่นได้เยอะเลย นอกจากเปิดร้านยาและอยู่โรงพยาบาล” เภสัชกรนั้นแอบซ่อนตัวอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานยา กระทรวงสาธารณสุข บริษัทยา โรงพยาบาล ร้านยา ชุมชน มหาวิทยาลัย และแม้แต่ที่ไหนก็ได้ ใครอ่านแล้วชอบลักษณะการทำงานแบบไหนอย่าลืมมาแชร์กันนะ ^^

Benz & Pupae

———

หากท่านใดมีคำแนะนำว่าพบเจอเภสัชกรทำงานอยู่ที่จุดใด หรือ เราตกหล่นสาขาอะไรไป สามารถช่วยกันเติมและเสริมกันได้ทาง

Inbox: Thai YPGrow Fanpage หรือ E-mail [email protected]