5 ขั้นตอน พัฒนาตัวเองในแบบที่เป็นตัวเราด้วย Personal OKRs

     


“ชีวิตช่วงนี้น่าเบื่อ เหี่ยวเฉา ไร้เป้าหมายมาก ๆ”

“ทำงานเดิม ๆ ซ้ำ ๆ น่าเบื่อสุดๆ”

“ทำไมเค้าประสบความสำเร็จ แล้วเราล่ะจะทำได้ไหม?”

ช่วงล็อกดาวน์จากการระบาดของ COVID-19 แบบนี้เชื่อว่าหลายคนเริ่มประสบปัญหาความเฉาในชีวิต เพราะขาดเป้าหมายในการดำเนินชีวิต หรือหลายๆคนได้ลองกำหนดเป้าหมาย แต่พยายามอย่างไรก็ทำไม่สำเร็จสักที

“ล๊อกดาวน์นี้ จะต้องลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม จะวิ่งทุกวันเลย”

“จะเรียนออนไลน์ให้ได้อย่างน้อย 1 คอร์สต่อสัปดาห์”

ช่วงนี้มักได้ยินประโยคนี้จากคนรอบข้างใช่มั้ยคะ เรื่องใกล้ตัวแบบนี้ เหมือนจะทำได้ง่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากการวิ่งทุกวัน เริ่มกลายเป็นวันเว้นวัน สามวันต่อสัปดาห์ หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์

สุดท้าย เป้าหมายที่ตั้งไว้หายไปทุกที…

ป่านเชื่อว่า ทุกคนก็เช่นกันใช่มั้ยคะ? ทุกคนย่อมมีเป้าหมาย มีตัวตนที่เราอยากเป็นและมีสิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ ดังนั้น เราจะทำอย่างไรให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

ทำไมเราต้องตั้งเป้าหมาย?

หลายคนมีคำถามว่า การตั้งเป้าหมายและการติดตามผลแบบนี้จะทำให้ชีวิตเครียดเกิดไป ตึงเกินไปรึเปล่า ดังนั้น ป่านขออนุญาตยกคำพูดอาจารย์นภดลในหนังสือ “Personal OKRs ชีวิตจะสำเร็จตามเป้าหมาย ถ้าวัดผลได้อย่างเป็นระบบ” ว่า

“ผมว่าการตั้งเป้าหมายในชีวิตไม่ใช่ความเครียดเลยครับ กลับกัน เป้าหมายเหล่านี้จะมีส่วนช่วยอยากให้เราลุกขึ้นมาทำสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย ความเครียดหลายครั้งเกิดจากการไม่รู้เป้าหมายมากกว่า”

มารู้จักกับ OKRs กันก่อน

หากเราลองศึกษาในมุมของการดำเนินธุรกิจนะคะ ทุกการดำเนินธุรกิจมีการตั้งวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) และคุณค่า (Value) ขององค์กร เพื่อให้องค์กรบรรลุสู่เป้าหมายในทิศทางเดียวกัน

ซึ่งการที่องค์กรจะสามารถไปถึงเป้าหมายได้ ต้องมีการวัดผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ มีแนวคิดหนึ่งที่หลายองค์กรให้ความสนใจอย่างมาก และมีการนำไปใช้และประสบความสำเร็จอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Intel, Google, Spotify และ LinkedIn เรียกว่าแนวคิด OKRs (Objective and key results)

แนวคิด OKRs (Objective and Key result) ถือเป็นระบบการจัดการแบบหนึ่งที่เน้นเรื่องการตั้งเป้าหมายและการติดตามผลในสิ่งที่สำคัญ โดยสร้างจากแรงจูงใจภายใน

OKRs มีรากฐานมาจากแนวคิดที่เรียกว่า MBOs ย่อมาจาก Management by objectives ที่คิดค้นโดย Peter Drucker ดั้งเดิมเคยเป็นแนวคิดที่เป็นลักษณะของการตั้งวัตถุประสงค์ เพื่อให้องค์กร หน่วยงานและพนักงานทำงานให้สอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกันค่ะ

ซึ่ง OKRs เป็นการตั้งวัตถุประสงค์เช่นกัน แต่แนวคิดนี้ได้ถูกต่อยอดโดย Andy Grove เพื่อให้สามารถอธิบายและวัดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนขึ้นค่ะ นอกเหนือจากการตั้งเป้าหมายหลัก (Objective) จะมีการเพิ่มส่วนผลลัพธ์หลัก (Key result) ขึ้นมาให้มีความชัดเจนมากขึ้น

ตอนนี้เราพอจะรู้จัก OKRs กันแล้ว บทความนี้ เราจะลองมาตั้งเป้าหมายและการวัดผลในชีวิตของตัวเอง หรือ Personal OKRs ไปพร้อม ๆ กันนะคะ

Step 1 | ตั้ง Value ของเราก่อน

คำว่า Value หรือที่เรียกคุณค่า หากลองถามว่า คุณค่าของเราคืออะไร

งั้นลองปรับคำถามเป็น “อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา”

ป่านเชื่อว่าทุกคนจะตอบต่างกันไปค่ะ

ถ้ายังยากเกินไป ลองเขียนสิ่งที่ตัวเองชอบทำมากที่สุดนะคะ หรือสิ่งที่ตัวเกลียดที่สุด

สิ่งที่ป่านชอบทำ “การดูแลคนไข้ อ่านหนังสือ เล่นเกม ทำงานวิจัย”

ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบคือ “ความไม่เท่าเทียม”

แล้วลองหาคำร่วมของสิ่งเหล่านี้ดูค่ะ ถ้าเป็นของป่านจะเป็น

“การเรียนรู้, การสร้างความเปลี่ยนแปลง, การแข่งขัน”

หากมีหลายอย่างให้เราลองโฟกัสและเลือกเพียงสามคำที่ใช่มากที่สุดนะคะ

ถ้ายังนึกไม่ออก ลองทำการทดสอบ Values ของตนเอง ลองเข้าไปทำแบบประเมินอาชีพของ CareerVisa ได้ที่ www.careervisaassessment.com กันนะคะ


Step 2 | ตั้งวิสัยทัศน์ (Vision) กันต่อ

การตั้งวิสัยทัศน์ อาจใช้การตั้งคำถามว่า

What will you want to be? หรือ “เรามีความฝันที่จะเป็นคนแบบไหน” หรือ “อะไรคือสิ่งแรกที่เรานึกถึงตอนตื่นนอน” โดยให้เราลองนำคุณค่าที่เราตั้งขึ้นมารวมเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งที่เราต้องการทำ

ยกตัวอย่างนะคะ

เป็นเภสัชกรคลินิกและนักวิจัยที่สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับสังคม”

“เป็นเภสัชกรและผู้ประกอบการร้านยาคุณภาพที่ประสบความสำเร็จ”

“เป็นเภสัชกรและนักการตลาดที่ดีที่สุดในระดับประเทศ”

สาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถทำสิ่งที่เป็นเป้าหมายให้สำเร็จได้เพราะเป้าหมายนั้นไม่ได้สอดคล้องกับความต้องการและตัวตนของเราจริง ๆ แต่เป็นการตั้งเป้าหมายไป “งั้นๆ”

ดังนั้นก่อนเริ่มเขียน OKRs เราจำเป็นต้องให้เวลาตัวเองที่จะค้นหาว่าอะไรเป็นคุณค่าและวิสัยทัศน์ของเราจริง ๆ สิ่งนี้จะทำให้ OKRs ที่เราตั้งมีความชัดเจนมากขึ้นค่ะ


Step 3 | คราวนี้ก็มาถึง วัตถุประสงค์ (Objective)

การที่เราจะสร้างวัตถุประสงค์ของชีวิตเราเอง นั่นก็คือการนำวิสัยทัศน์มาใช้ในรูปแบบระยะสั้นนั่นเอง ลองตั้งง่ายๆ โดยที่ขั้นตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องมีตัวเลขมากำกับนะคะ แต่ให้มีความเชื่อมโยงกับคุณค่าและวิสัยทัศน์ของเรา

ลักษณะวัตถุประสงค์ที่ดีควรเป็นอย่างไรดี?

Focus | เน้นในเรื่องที่สำคัญ

ทุกคนสามารถมีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ได้มากมาย แต่การเป้าหมายที่มากเกินไปเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทำไม่สำเร็จนะคะ ดังนั้น ขอวัตถุประสงค์ที่เราอยากทำให้สำเร็จและมีความสำคัญมากที่สุด ณ ตอนนั้น ไม่เกิน 3 ข้อก็พอ

Stretch for amazing | ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย

ตั้งให้ท้าทายเข้าไว้ค่ะ แต่เป้าหมายนั้น จะยังต้องทำให้เป็นจริงได้นะคะ ไม่อย่างนั้น ตัวเราจะหมดกำลังใจกันพอดี


Step 4 | ตั้งตัววัดวัตถุประสงค์ด้วยผลลัพธ์หลัก (Key result)

จากการตั้งวัตถุประสงค์ของการมีสุขภาพกายที่ดีเยี่ยม อะไรจะมาเป็นตัววัดว่าเราบรรลุเป้าหมายล่ะ

ผลลัพธ์หลัก (Key result) จะเป็นตัวช่วยวัดว่า เราจะถึงเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งเมื่อไหร่ ดังนั้นเพื่อความชัดเจน Key result มักมีเวลาหรือปริมาณที่เป็นตัวเลขที่ชัดเจนมากำกับค่ะ ซึ่งการตั้งผลลัพธ์หลักหรือ Key result อาจตั้งไว้สัก 3-5 ข้อ ไม่ต้องเยอะจนเกินไปค่ะ

ก่อนอื่นเรามารู้จัก Key result ให้ดีขึ้นก่อน ปกติเราจะตั้ง Key Result ให้มีทั้ง 2 แบบ

ลองยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจไปด้วยกันนะคะ…

ถ้าเราตั้งวัตถุประสงค์หลักเป็น “มีสุขภาพกายที่ดีเยี่ยม”

Key result แบบที่ 1 | ความสำเร็จระหว่างทาง (Activity-based result)
จะเป็นความสำเร็จของกิจกรรมระหว่างทางที่จะทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรง งั้นลองตั้งเป็น

“ออกกำลังกายได้วันละอย่างน้อย 30นาที มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์”

“ลดน้ำหนักให้ BMI น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25 ได้ภายใน 1 เดือน” เป็นต้น

Key result แบบที่ 2 | ความสำเร็จสุดท้าย (Value based key result)
จะเป็นความสำเร็จสุดท้ายที่บอกเราว่า เราบรรลุเป้าหมายที่เป็นผลลัพธ์หรือ Impact สุดท้ายที่เราต้องการว่า เรามีสุขภาพแข็งแรงแล้ว

เช่น “ผลแลปตรวจสุขภาพประจำปีอยู่ในเกณฑ์ปกติ 100%”

หลังจากเราเริ่มรู้วิธีกันแล้ว

เราลองมาดูตัวอย่างของการตั้ง Personal OKRs ในแต่ละด้านของชีวิตที่เป็นยอดนิยมของเหล่าเภสัชกร เพื่อความเข้าใจกันค่ะ

หลังจากทุกคนตั้ง OKRs กันได้แล้ว มาเริ่มทำกันได้เลยค่ะ อย่ารอช้า !! 😊


Step 5: ทำตาม OKRs ของตัวเองแล้ว ลอง Reflection กันหน่อย

อย่างที่ป่านเคยบอกนะคะ จุดประสงค์ที่สำคัญในการตั้ง OKRs อาจไม่ใช่การที่เราต้องบรรลุเป้าหมาย 100%

แต่หลังจากเราได้เริ่มทำตาม OKRs ที่ตั้งไว้ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6 เดือน – 1 ปี เราต้องทำการทบทวนค่ะว่า ในแต่ละวัตถุประสงค์ เราทำได้มากแค่ไหน เราทำได้กี่เปอร์เซ็นต์จากเป้าหมายที่ตั้งไว้?

ที่มา : https://epicagile.com.au/OKRs-what-are-they-and-how-to-implement-them/

การให้คะแนนสำหรับการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เรามักกำหนดให้อยู่ในช่วง 60-70% หรือคะแนนสัดส่วนเท่ากับ 0.6-0.7

ทำไมถึงไม่กำหนดให้เป็น 100% ?

OKRs ถือเป็นแนวคิดที่เราใช้ประโยชน์ในการพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องค่ะ ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ประเมินตัวเราเอง

ดังนั้น หากเราสามารถบรรลุเป้าหมายได้ 100% เราจำเป็นต้องมาทบทวนกันว่า
ค่าผลลัพธ์หลักหรือ Key result มันง่ายเกินไปมั้ย มันท้าทายหรือสร้างแรงจูงใจมากพอรึเปล่า?

หากง่ายไป ก็แค่ปรับผลลัพธ์หลักให้ยากขึ้นค่ะ เพื่อให้เราสามารถพัฒนาและสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตัวเองต่อไป

ในทางตรงกันข้าม หากเราทำได้น้อยกว่า 60% เราอาจต้องพิจารณาว่า เราต้องพัฒนาอย่างไรให้บรรลุเป้าหมายมากขึ้นได้หรือเป้าหมายที่ตั้งยากเกินไปหรือไม่


OKRs เป็นเพียงแนวคิดทางธุรกิจหนึ่งเท่านั้นนะคะ ที่เราสามารถเอามาปรับใช้ในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา หวังว่าแนวคิดนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนสามารถรู้จักตัวตน คุณค่าและความชอบที่แท้จริงของทุกคนได้นะคะ

แม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ยากลำบากของเพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ เภสัชกรหลายๆ คน

แต่หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมีจุดหมายมากขึ้นและเกิด Passion ในสิ่งที่เป็นคุณค่าของตัวเรานะคะ

หากทุกคนเริ่มตั้ง Personal OKRs ของตัวเอง สามารถนำมาแชร์ร่วมกันที่โพสต์ของ Facebook: Thaiypgrow และรอติดตามบทความดีดีที่จะตามมาต่อไปนะคะ 😀

Reference

นภดล ร่มโพธิ์. (2564). Personal OKRs ชีวิตจะสำเร็จตามเป้าหมาย ถ้าวัดผลได้อย่างเป็นระบบ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.
นภดล ร่มโพธิ์. (2561). การพัฒนาองค์กรและชีวิตด้วยแนวคิด OKRs (พิมพ์ครั้งที่ 1). นนทบุรี: เอ็นพี อินเทลลิเจนซ์.
Use OKRs to Set Goals for Teams, Not Individuals. Harvard Business Review. (2021). Retrieved 17 August 2021, from https://hbr.