19 ข้อ สำหรับร้านยาที่เปิดให้บริการในช่วงระบาดของ COVID-19 ต้องตั้งรับ ปรับ เปลี่ยน ?

     


ร้านขายยานับเป็นธุรกิจและบริการที่มีความจำเป็นในสถานการณ์โรคระบาด เพราะเป็นจุดที่คนในชุมชนจะเข้ามาขอรับคำปรึกษาปัญหาสุขภาพ ตรวจสอบข่าวสารที่ได้รับมาว่าจริงหรือปลอม ซื้อและจัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ ทำให้เภสัชกรและผู้ปฏิบัติงานต้องพบปะกับผู้มารับบริการทั้งที่เป็นบุคคลทั่วไป ผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ และมีความเสี่ยงที่จะต้องพบปะกับผู้ที่ติดเชื้อในทุก ๆ วัน หากเป็นอย่างนั้นแล้ว ร้านยาควรทำอย่างไร 19 ข้อ สำหรับร้านยาที่เปิดให้บริการในช่วงระบาดของ COVID-19 ต้องตั้งรับ ปรับ เปลี่ยน ?

สถานการณ์ในช่วงที่มีโรคระบาดแตกต่างจากสถานการณ์ปกติอย่างไร ?

  1. ประชาชนมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ ทั้งจากการแพร่ระบาดของข้อมูลที่ไม่เป็นจริง (อ่านเพิ่มเติม: Infodemics) และจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงที่เข้ามาประชิดตัวมากขึ้น
  2. มีความต้องการที่จะดูแลและปกป้องตัวเอง ทำให้มีการเตรียมการสะสมยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้ ในบางครั้งทำให้เกิดความต้องการที่จะกักตุนสินค้าที่คาดการณ์ว่าจะขาดตลาด
  3. ระบบการจัดส่งสินค้าอาจมีการขาดช่วงเนื่องจากมาตรการควบคุมโรคระบาด รวมถึงการที่โรงงานผลิตสินค้าไม่ทันความต้องการ เพราะขาดแรงงาน ขาดวัตถุดิบที่จำเป็นต้องนำเข้า
  4. ผู้มารับบริการอาจมีทั้งคนที่ป่วย คนที่สุขภาพดี และผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ทำให้จำเป็นจะต้องมีมาตรการในการป้องกันผู้ปฏิบัติงาน และจำกัดดูแลผู้มารับบริการไม่ให้แพร่เชื้อสู่กัน 

การรับมือแบ่งออกเป็น 5 ประเด็น ได้แก่

  1. การรณรงค์ ส่งเสริม ให้ความรู้ การสื่อสารกับผู้มารับบริการ
  2. การจัดสถานที่และปรับวิธีปฏิบัติงาน เพื่อความปลอดภัยของเภสัชกร พนักงาน และผู้มารับบริการ
  3. การดูแลความสะอาดและทำให้ปราศจากเชื้อของวัสดุอุปกรณ์และสถานที่
  4. การบริหารคลังสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ
  5. แผนรองรับสถานการณ์ที่มีความรุนแรงมากขึ้นและความต่อเนื่องทางธุรกิจ

——————-

19 ข้อสำหรับร้านยาที่เปิดให้บริการในช่วงระบาดของ COVID-19 ต้องทำอย่างไร ?

ประเด็นที่ 1 การรณรงค์ ส่งเสริม ให้ความรู้ การสื่อสารกับผู้มารับบริการ

ข้อ 1 ให้ข้อมูลและความรู้ในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการระบาดแก่ผู้มารับบริการ 

  • การจำแนกคนออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ เพื่อจัดลำดับความสำคัญความเข้มงวดในการดูแลได้อย่างเหมาะสม เช่น ผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางภูมิคุ้มกัน ผู้ที่สุขภาพไม่แข็งแรงเป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสูง มีอัตราความรุนแรงของการก่อโรคและอัตราการตายสูง 
  • ความเข้าใจในวิธีการแพร่กระจายของเชื้อและความรุนแรง เช่น อัตราการเกิดโรคในคนแต่ละช่วงอายุ ความรุนแรงของโรคในคนแต่ละกลุ่ม อัตราการหายของโรค และอัตราการตาย 
  • วิธีการสร้างสุขอนามัยเพื่อการป้องกันการติดต่อและการแพร่กระจายของโรค เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม การใช้หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า การใช้อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า การใช้ช้อนส่วนตัวแทนการใช้ช้อนกลาง ขั้นตอนการล้างมือที่ถูกต้อง วิธีปฏิบัติสำหรับการไอจาม การไม่จับบริเวณใบหน้าและจมูก ข้อควรปฏิบัติในการใช้ขนส่งสาธารณะ จุดเสี่ยงที่จะสัมผัสเชื้อ หลักการในการทำความสะอาดพื้นผิวต่าง ๆ
  • ความเข้าใจในอาการนำและอาการแสดง รวมถึงการปฏิบัติตัวเมื่อสงสัย การเฝ้าระวังและกักกันตัวเอง เพื่อให้ผู้มารับบริการสามารถสังเกตอาการตัวเองได้ และปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม ฟื้นฟูตัวเองได้และไม่แพร่กระจายเชื้อต่อ (อ่านเพิ่มเติม คำนิยามของ Patient under investigation ตอนท้าย)
  • เบอร์ติดต่อประสานที่สำคัญ ได้แก่ Call Center กรมควบคุมโรค 1422

ประเด็นที่ 2 การจัดสถานที่และปรับวิธีปฏิบัติงาน เพื่อความปลอดภัยของเภสัชกร พนักงาน และผู้มารับบริการ

ข้อที่ 2. การปรับเปลี่ยนและปรับปรุงพื้นที่ร้าน

  • ในสถานการณ์เช่นนี้อาจมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดวางของสินค้าและผังสถานที่เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความปลอดภัย เช่น ลดพื้นที่ในส่วนบริการตัวเองลงแล้วให้เป็นการแจ้งสินค้าแล้วพนักงานหยิบให้เพื่อให้มีพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อลดลง บริหารจัดการคิวของผู้รับบริการ และการไม่แพร่เชื้อระหว่างกันได้ดีขึ้น
  • เปิดประตูร้านให้มีอากาศถ่ายเท หรือ ลดความถี่ในการต้องจับด้ามประตูเพื่อเปิด-ปิดในการเข้าออก

ข้อที่ 3. การเว้นระยะเพื่อการให้บริการ ระหว่างเภสัชกรและคนไข้ 

  • ให้มีระยะห่างไม่ต่ำกว่า 2 เมตร เพื่อป้องกันการกระเด็นของละอองฝอยที่จะกระจายเชื้อด้วยการ
  • การใช้เก้าอี้ หรือ โต๊ะมาวางคั่น
  • การใช้เชือกหรือแถบพลาสติกคาดปิดกั้นเส้นทางไม่ให้ล้ำระยะที่กำหนดไว้หรือเดินผ่านได้
  • การใช้แผ่นอะคริลิก ฉากกั้นใส หรือแผ่นพลาสติกคั่นระหว่างเภสัชกรและผู้มารับบริการ

ข้อที่ 4. การเว้นระยะห่างระหว่างผู้มารับบริการด้วยกัน

  • การแปะเทปกาวด้วยสีที่โดดเด่นบนพื้นเพื่อกำหนดระยะไว้ให้เว้นห่างระหว่างผู้มารับบริการ
  • การแปะรูปรอยเท้าเพื่อกำหนดให้เป็นจุดสังเกตในการยืน
  • การติดป้ายแจ้งให้รอบริเวณนอกร้าน หากมีผู้ใช้บริการท่านอื่นกำลังอยู่ในร้าน 
  • การเตรียมเก้าอี้หรือจุดนั่งรอที่เว้นระยะไว้ให้ห่างกัน

ข้อที่ 5. การปรับขั้นตอนเพื่อให้จำนวนครั้งที่ต้องสัมผัสกันให้มีน้อยที่สุด 

  • การส่งมอบถุงยาหรือตะกร้ายาโดยการเว้นระยะ เช่น การใช้การเลื่อนสไลด์ การใช้ด้ามไม้ การส่งผ่านตะกร้า
  • ปรับการชำระเงินให้เป็นระบบไร้การสัมผัส เช่น QR Code หรือ Prompt pay เพื่อลดการสัมผัสธนบัตรหรือเหรียญในการชำระเงินหรือทอนเงิน

ข้อที่ 6. จัดเตรียม PPE และใช้เสมอทุกครั้งเมื่อต้องจำเป็นสัมผัสใกล้ชิด 

อาจมีบางกรณีที่การให้บริการจำเป็นจะต้องสัมผัสใกล้ชิด เช่น การทำแผล การดูลักษณะผื่น หรือรอยโรคเพื่อเลือกใช้ยา สิ่งที่สำคัญคือ การใช้ Personal Protective Equipment (PPE) หรือ อุปกรณ์ป้องกันผู้ปฏิบัติหน้าที่ขณะที่ให้บริการทุกครั้ง เช่น หน้ากากอนามัย อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า ถุงมือ น้ำยาทำความสะอาดมือและเครื่องมือ โดยหลังใช้ต้องปฏิบัติให้เหมาะสมก่อนเข้าเขตพื้นที่หลังเคาน์เตอร์ให้บริการ ได้แก่ การถอดที่ถูกวิธี การทิ้งในจุดที่เหมาะสม การล้างมือและจุดสัมผัสทุกครั้ง เพื่อการสร้างความปลอดภัยให้ผู้ปฏิบัติงานท่านอื่น

ข้อที่ 7. การติดป้ายตามจุดต่าง ๆ

  • สื่อความรู้เรื่อง COVID-19 ติดไว้ในบริเวณรอคิวรับบริการ ได้แก่ วิธีการรักษาสุขอนามัยและสุขลักษณะเพื่อป้องกันโรค ขั้นตอนการล้างมือ อาการต้องสงสัยและวิธีปฏิบัติตัว เช่น หากมีอาการรุนแรงติดต่อโรงพยาบาลเพื่อขอคำปรึกษาก่อนไปโรงพยาบาล หากมีอาการเล็กน้อยให้แยกกักตัวและป้องกันการกระจายสู่บุคคลอื่น ไม่จำเป็นว่าทุกกรณีจะต้องไปโรงพยาบาล
  • คำเตือนและให้ความรู้เรื่องการเว้นระยะห่าง Social Distancing
  • แจ้งเตือนสินค้าขาดหรือหมด วันที่สินค้าจะมาพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
  • แจ้งจำนวนผู้รับบริการที่สามารถให้บริการในเวลาเดียวกันได้ เช่น เข้าได้ทีละไม่เกิน 2 คน โดยกำหนดไว้ให้รอคิวที่บริเวณใด
  • แจ้งลำดับการให้บริการ
  • เวลาทำการและเวลาเปิดปิดร้าน
  • คำเตือนให้ล้างมือก่อนและหลังเข้ารับบริการ
  • เบอร์โทรศัพท์ที่เห็นได้ชัดเจน เพื่อใช้ในการพูดคุยกรณีที่ผู้มารับบริการสงสัยว่าติดเชื้อและต้องการขอคำแนะนำ

ข้อที่ 8. สัญญาณเสียงและการสื่อสาร

  • กระดิ่ง หรือ สัญญาณเสียง เพื่อแจ้งให้คิวต่อไปเข้ามารับบริการ
  • สัญญาณเตือนเพื่อห้ามหรือหยุดว่าขณะนี้ผู้ใช้บริการเต็มพื้นที่
  • ระบบไมโครโฟนหากต้องการติดตั้ง ให้เลือกจัดวางและเลือกประเภทให้มีการสัมผัสน้อยที่สุด เช่น กดปุ่มเปิดปิดได้จากภายในเคาน์เตอร์ และเป็นไมโครโฟนที่ไม่ต้องจ่อที่ปาก คำแนะนำหากสื่อสารกันไม่ได้ยินจริง ๆ อาจใช้เป็นการให้โทรเข้าเบอร์โทรศัพท์

ข้อที่ 9. ในกรณีที่มีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยกำลังแสดงอาการมารับบริการ

ในบางกรณีที่ผู้มารอรับบริการแสดงอาการ เช่น มีไข้ ไอ หายใจติดขัด อาจให้บริการด้วยการให้ใส่ผ้าปิดปาก และพูดคุยกันทางโทรศัพท์เพื่อให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำแทน

ข้อที่ 10. สลับผลัดเปลี่ยนหน้าที่ และจัดตารางการปฏิบัติงานให้มีความเหมาะสม

คำนึงถึงการพักผ่อนของผู้ร่วมปฏิบัติงาน และความเหมาะสมในการประจำตามจุดที่มีความเสี่ยงต่ำและความเสี่ยงสูงอย่างเหมาะสม เช่น พนักงานที่ตั้งครรภ์ พนักงานที่สุขภาพไม่แข็งแรง อาจจัดให้อยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหรือมาปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ผู้มารับบริการไม่หนาแน่น

——————-

ประเด็นที่ 3 การดูแลความสะอาดและทำให้ปราศจากเชื้อของวัสดุอุปกรณ์และสถานที่

ข้อที่ 11. การวางแอลกอฮอล์ไว้ตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้ผู้มารับบริการสามารถกดใช้ได้ก่อนเข้าบริเวณให้บริการ ก่อน-หลัง สัมผัสจุดเสี่ยงต่าง ๆ เช่น บานประตู ปากกา

ข้อที่ 12. เภสัชกรและพนักงานต้องมีนิสัยของการสร้างพื้นที่ปราศจากเชื้อ

  • ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์เจล หรือล้างมือด้วยน้ำและสบู่อยู่บ่อย ๆ อาจกำหนดเตือนไว้ว่าจะล้างมือทุกหนึ่งชั่วโมง หรือ ทุกการให้บริการ 5-10 ราย (ขึ้นกับปริมาณลูกค้า) หรือ หรือให้มากเท่าที่จะทำได้
  • เช็ดพื้นที่ที่ใช้งานบ่อย เช่น ด้ามจับลิ้นชัก spatula ถาดนับเม็ดยา พื้นเคาน์เตอร์ หรือ ปากกา อยู่ตลอด
  • ผลัดกันสังเกตและเตือนกันเสมอในกรณีที่พบจุดเสี่ยง เช่น หลังการให้บริการผู้รับบริการที่มีอาการไข้ และ ไอ ช่วยกันเตือนให้ไปล้างมือ หรือ ถอดอุปกรณ์ให้ถูกวิธี
  • จัดให้มีการสอบขั้นตอนวิธีล้างมือที่ถูกต้อง โดยผลัดกันสังเกต ช่วยให้คำแนะนำ หรือ จุดที่อาจมองข้ามไป เป็นความห่วงใยในสุขภาพของกันและกัน
  • ลดการใส่นาฬิกาข้อมือ กำไล วัตถุมงคลที่เป็นหนัง ด้าย หรือผ้า เพราะทำให้ข้อมือเป็นจุดที่ยากต่อการเข้าถึงเวลาล้างมือ และอาจสะสมความชื้นและเชื้อโรคที่ไหลลงมาสะสมจากการล้างมือ

ข้อที่ 13. การทำความสะอาดธนบัตรและเหรียญ

เนื่องจากไวรัสมีอายุอยู่ได้ระยะเวลาหนึ่งบนธนบัตรและเหรียญ อาจแยกเก็บธนบัตรที่รับใหม่แยกไว้ แล้วเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาด หรือ เลือกพื้นที่ที่จะนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อก่อนเก็บหรือนับ

ข้อที่ 14. ทำความสะอาดเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า ผ้าคลุม อยู่เสมอ

หากเภสัชกรที่ปฏิบัติหน้าที่สวมใส่เสื้อกาวน์ทับเวลาปฏิบัติงาน ให้หมั่นซักและเปลี่ยนทุกวัน โดยซักด้วยผงซักฟอก สบู่ หรือ น้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 60-90 องศาเซลเซียส อาจเลือกใช้น้ำยาฟอกขาว จากนั้นอบให้แห้งด้วยอุณหภูมิสูงหรือตากแดดให้แห้ง

ข้อที่ 15. ความสะอาดของบริเวณพักรับประทานอาหารและการรับประทานอาหาร

นอกจากการแยกสัดส่วนพื้นที่ให้การรับประทานอาหารเป็นสัดส่วนและเว้นระยะแล้ว ก่อนและหลังรับประทานอาหารให้ทำความสะอาดมือ อุปกรณ์ภาชนะ ให้สะอาดและไม่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ เช่น หากสั่งอาหารจากภายนอกควรเช็ดทำความสะอาดก่อนจับ หรือวางตั้งทิ้งไว้ล่วงหน้าก่อนรับประทาน หากจะแบ่งอาหารกันรับประทานให้แบ่งใส่ภาชนะแยกกัน ไม่รับประทานร่วมกัน หรือไม่ใช้ช้อนกลาง 

ข้อที่ 16. การทำความสะอาดบริเวณร้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

  • การใช้น้ำยาทำความสะอาดในบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ เคาน์เตอร์ให้บริการ ราวจับบานประตู คำแนะนำคือทุกชั่วโมง หรือ ทุกการให้บริการคนไข้ 10 คน
  • หลักการในความสะอาด คือ การใช้น้ำยาทำความสะอาด (Detergent) เช่น สบู่ ผงซักฟอก ในการกำจัดสิ่งสกปรก และใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ (Disinfectant) ในการกำจัดเชื้อ สารฟอกขาว เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรท์ สามารถฆ่าแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสได้ โดยเจือจางในสัดส่วนที่เหมาะสมตามฉลาก และสวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งที่ใช้
  • อย่าลืมคำนึงถึงจุดที่ใช้งานบ่อยของเภสัชกรและพนักงาน เช่น สวิตช์ไฟ บานจับตู้เย็น ด้ามจับลิ้นชัก วาล์วก๊อกน้ำ ปากกา

———————

ประเด็นที่ 4 การบริหารคลังสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ

ข้อที่ 17 บริหารจัดการคลังและการสั่งสินค้า

  • ในสถานการณ์โรคระบาด ยาบางชนิดอาจมีความต้องการสูงขึ้น เช่น ยาสามัญประจำบ้าน ยาลดไข้ หากมีความจำเป็นอาจต้องมีการจำกัดปริมาณที่ซื้อได้ต่อคน 
  • ระหว่างให้บริการ ให้สอบถามถึงยาสามัญประจำบ้านและยาพื้นฐานที่ผู้มารับบริการจำเป็นต้องใช้หากต้องดูแลตัวเองในช่วงเวลากักตัว เช่น ยาลดไข้ ยารักษาอาการหวัด ยาลดน้ำมูก ยาแก้แพ้ ยาลดกรด เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถดูแลตัวเองให้สามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องกักตุนยา สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำ คือ การตรวจสอบวันหมดอายุ และหากไม่แน่ใจเรื่องยาที่แพ้ให้ปรึกษาเภสัชกร

ข้อที่ 18 สื่อสารเวลาทำงาน สถานะสินค้า และความหนาแน่นของการให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์

หากร้านขายยามีช่องทางการติดต่ออื่น ๆ อาจใช้โอกาสนี้ในการประชาสัมพันธ์ เช่น Line ของร้าน Facebook page ที่ทางร้านใช้ในการแจ้งสินค้าขาด สินค้าเข้า หรือ เวลาทำการ เพื่อลดความแออัดและความจำเป็นในการออกจากบ้านของผู้มารับบริการ

——————–

ประเด็นที่ 5 แผนรองรับสถานการณ์ที่มีความรุนแรงมากขึ้นและความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ข้อที่ 19 Business Continuity Plan (BCP) วางแผนรองรับอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น

ในอนาคตอาจมีการยกระดับมาตรการหรือสถานการณ์เกิดเลวร้ายลง การวางแผนให้เกิดความต่อเนื่องในการทำธุรกิจ และสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างพนักงานทุกคนเป็นสิ่งสำคัญว่าหากมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น จะปฏิบัติอย่างไร เป็นการให้ข้อมูลเพื่อเตรียมตัวและเตรียมการรับมือ โดยไม่รอให้เหตุการณ์นั้นเกิดก่อนแล้วจึงคิดป้องกัน

  • กรณีร้านจำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราวในกรณีที่พบผู้ป่วยเป็นหนึ่งในผู้ปฏิบัติงานของร้านแล้วจำเป็นต้องกักตัวเอง จะทำอย่างไรกับคลังสินค้า หรือ ปรับเปลี่ยนช่องทางการจำหน่าย หรือ ประสานคลังสินค้ากับร้านขายยาเครือข่ายที่เป็นคนรู้จักกัน หากต้องปิด 14 วัน ปิด 1 เดือน จะทำอย่างไรบ้าง
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในกรณีที่ต้องปิดชั่วคราว หรือ เกิดเข้าถึงคลังสินค้า เช่น กุญแจใครรับผิดชอบอยู่บ้าง รหัสที่จะเปิดเพื่อหยิบสินค้ามีใครสามารถเข้าถึงได้บ้าง

———–

ส่งท้าย

19 ข้อนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นที่รวบรวมไว้เพื่อให้เภสัชกรเจ้าของร้านยาได้ทบทวนและปรับรูปแบบการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในเวลานี้ หากใครมีข้อมูลหรือแนวคิดที่ต้องคำนึงถึงเพิ่มเติมสามารถส่งมาเติมเสริมกันได้ทาง Facebook fanpage และเว็บไซต์ www.thaiypgrow.com หรือทางอีเมล [email protected] 

——

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่หมั่นตรวจสอบเสมอ

1. ข้อมูลการจัดการเมื่อพบผู้ต้องสงสัยและเกณฑ์การคัดกรองผู้ต้องสงสัย Patient under investigation (PUI)

นิยามผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/g_srrt.php

2. สื่อที่สามารถนำไปแปะประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชน https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/info.php

3. ศูนย์แก้ความเข้าใจผิดในสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 องค์การอนามัยโลก (ประเทศไทย) https://www.who.int/thailand/emergencies/novel-coronavirus-2019/advice-for-public/myth-busters

เอกสารอ้างอิง

How to keep your community pharmacy running during the COVID-19 pandemic. The Pharmaceutical Journal (2020), retrieved 8 Apr 2020, from https://www.pharmaceutical-journal.com/cpd-and-learning/learning-article/how-to-keep-your-community-pharmacy-running-during-the-covid-19-pandemic/20207855.article?fbclid=IwAR0k2lmi29Yp9GcajzbjL7RxDEqpM1dohqv9J88hSPLthI4tJXIV3V2mPKY&firstPass=false

COVID-19 Checklist for Pharmacies Top 10 Things You Can Do to Prepare for COVID-19. Ohio Department of Health. Retrieved 8 Apr 2020, from https://www.pharmacy.ohio.gov/Documents/Pubs/Special/COVID19Resources/COVID-19%20Checklist%20for%20Pharmacies.pdf

COVID-19 Guidance for Pharmacies. Arkansas Department of Health,https://www.healthy.arkansas.gov/programs-services/topics/covid-19-guidance-for-pharmacies?fbclid=IwAR2vvhLvHPmPYGB-xkiLLS6-pC4U_HGcMndFQR-F69P7UpqdnweUEm8ThMc. Accessed March 16, 2020.